เมื่อร้อยปีเศษมาแล้ว....
ครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสเมืองเพชรบุรี อันเป็นเมืองเก่าแก่ที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาแต่กาลก่อน นับแต่ครั้งขอมยังมีอำนาจอยู่ในดินแดนแถบนี้
![]() |
พระนครคีรี (เขาวัง) ในสมัยรัชกาลที่ 4 |
ในการเสด็จประพาสเมืองเพชรบุรีครั้งนั้น พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นขุนเขาลูกหนึ่งอยู่ใกล้กับตัวเมืองเพชรบุรี ซึ่งชาวเมืองเรียกกันว่า เขาสมณะ เพราะเชิงเขาแห่งขุนเขานี้มีวัดเก่าแก่โบราณตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่หลายวัด วัดหนึ่งในจำนวนนั้นมีชื่อว่า วัดมหาสมณะ อันมีสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ศิลปะสมัยอยุธยาปรากฏอยู่
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพอพระราชหฤทัยในเขาสมณะลูกนี้เป็นอันมาก เพราะทรงเห็นทำเลอันงดงาม เหมาะสมที่จะสร้างพระราชวังที่ประทับขึ้น ณ ยอดเขาแห่งนี้ เพื่อเป็นที่เสด็จแปรพระราชฐาน ด้วยดินฟ้าอากาศที่เมืองเพชรบุรีนั้นดีมาก
ดังนั้น เมื่อเสด็จฯ กลับจากเมืองเพชรบุรีไม่นาน พระองค์จึงโปรดฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้น ณ ยอดเขาสมณะ เมืองเพชรบุรี โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์ ที่สมุหพระกลาโหมเป็นแม่กองในการก่อสร้างทั้งหมด พร้อมกับโปรดฯ ให้จมื่นราชามาตย์ (ท้วม) ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาภานุวงษ์มหาโกษาธิบดี เป็นนายงาน
การก่อสร้างพระราชวังบนยอดเขาสมณะนี้เป็นงานใหญ่ยิ่งในสมัยนั้นทีเดียว เพราะพระราชวังที่สร้างขึ้นนั้นมีลักษณะสถาปัตยกรรมประยุกต์ระหว่างไทยและยุโรป พระที่สั่งส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป แต่มีพระมหาปราสาทตามประเพณีพระราชวังที่ประทับของพระมหากษัตริย์รวมอยู่ด้วย
งานก่อสร้างพระราชวังบนยอดเขาสมณะได้เสร็จเรียบร้อยเมื่อปี พ.ศ. 2403 คือเมื่อ 150 กว่าปีมาแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้มีงานเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่ในปีนั้น พร้อมกับพระราชทานนามพระราชวังบนยอดเขาแห่งนี้ว่า พระนครคีรี
นี่คือเขาวังเมืองเพชร ตามที่เรียกกันเป็นสามัญในทุกวันนี้นั่นเอง อันนับเป็นพระราชวังบนยอดเขาที่สวยงามยิ่ง ควรค่าแก่การเป็นโบราณสถานที่จักต้องบูรณะตกแต่งให้มีสภาพดีสืบไป เพื่อรักษาเรื่องราวอันสำคัญในประวัติศาสตร์ไว้ แต่น่าเสียดายที่ว่า แม้พระราชวังบนยอดเขาแห่งนี้ จะได้ขึ้นบัญชีเป็นโบราณสถานของชาติมานานแล้วก็ตาม แต่ก็มีงบประมาณในการบูรณะน้อยยิ่งนัก จนกระทั่งพระนครคีรีชำรุดทรุดโทรมเหลือประมาณในทุกวันนี้
ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้มีการอนุรักษ์พระราชวังบนยอดเขาแห่งนี้ให้คงสภาพดีสืบไป จึงขอนำเรื่องราวของพระนครคีรีมาเล่าสู่กันฟัง
พระนครคีรี มีพระที่นั่งสำคัญ ๆ หลายองค์ ล้วนแต่ออกแบบและสร้างไว้อย่างประณีตด้วยฝีมือช่างหลวงในราชสำนักกรุงรัตนโกสินทร์ ทุกสิ่งทุกอย่างทำอย่างดีเยี่ยมหาข้อติมิได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหรือการก่อสร้างก็ตาม ดังจะได้พรรณนาต่อไป
พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์
คือพระที่นั่งองค์สำคัญของพระนครคีรี ซึ่งเป็นพระที่นั่งองค์ใหญ่ที่สุด พระที่นั่งองค์นี้สร้างแบบตึกฝรั่งแบ่งออกได้เป็น 4 ตอนด้วยกันคือ ตอนหน้าเป็นห้องเสวย ตอนที่สองเป็นที่เสด็จออกว่าราชการแผ่นดินในขณะที่เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระนครคีรี ตอนที่สามเป็นห้องแต่งพระองค์ และตอนที่สี่ซึ่งอยู่ในชุดเป็นห้องพระบรรทม
ภายในพระที่นั่งองค์นี้ ตกแต่งด้วยข้าวของอันมีค่าและสวยงาม ส่วนใหญ่เป็นของจากยุโรป มีภาพเขียน รูปปั้น ของที่ระลึกต่าง ๆ ที่กษัตริย์ต่างประเทศทูลเกล้าฯ ถวาย มาตกแต่งไว้เป็นจำนวนมาก
พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท
นับเป็นพระมหาปราสาทสำคัญของพระนครคีรี พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาทนี้สูง 14 เมตร หรือ 7 วา สร้างขึ้นโดยพระราชดำริที่ว่า พระราชวังที่ประทับของพระมหากษัตริย์นั้นจะต้องมีพระมหาปราสาทรวมอยู่ด้วย เช่น ในพระบรมมหาราชวัง หรือ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ที่เมืองลพบุรี เป็นต้น
พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรนี้เป็นศิลปะแบบไทย สร้างอยู่ท่ามกลางตึกฝรั่งของพระที่นั่งต่าง ๆ แต่ทว่าแลดูไม่ขัดตาเลย เพราะการออกแบบวางผังที่ดีของพระนครคีรีนั่นเอง การสร้างพระมหาปราสาทองค์นี้ขึ้นในพระนครคีรีนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะหล่อพระบรมรูปของพระองค์เท่าขนาดจริงมาประดิษฐานไว้
ตามเรื่องเล่ากันต่อมาว่า...
![]() |
พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี |
พระองค์โปรดฯ ให้จ้างช่างชาวฝรั่งเศสซึ่งมีชื่อเสียงในการหล่อรูปเหมือนในสมัยนั้น โดยทรงส่งพระบรมฉายาลักษณ์ไปให้ช่างที่ประเทศฝรั่งเศสดูแบบ ต่อมาช่างปั้นได้ปั้นหุ่นพระบรมรูปจำลองด้วยปูนปลาสเตอร์ส่งมาถวายให้ทอดพระเนตร เพื่อทรงติแก้เพื่อจะได้หล่อพระบรมรูปจริงต่อไป
พระบรมรูปนั้นทรงแต่งพระองค์ด้วยเครื่องแบบปกติ ทรงพระมาลาสก็อต พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบ พระหัตถ์ซ้ายทรงหนังสือ ประทับยืนบนพระแท่นเท่าขนาดพระองค์จริง เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรหุ่นพระบรมรูปแล้วไม่ทรงพอพระราชหฤทัย ทรงติว่าปั้นหุ่นผิดจากความเป็นจริงมาก จึงโปรดฯ ให้ช่างไทยในสมัยนั้นปั้นหุ่นใหม่ ซึ่งเข้าใจกันว่า คงจะเป็นพระยาหัตถการบัญชา จางวางช่างสิบหมู่ในสมัยนั้น แต่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ทรงสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นหลวงเทพรจนาเป็นผู้ปั้นหุ่น
เมื่อช่างไทยปั้นหุ่นให้ทอดพระเนตรใหม่ ก็ทรงพอพระทัย จึงโปรดฯ ให้หล่อพระบรมรูปนั้นขึ้น แต่ทว่ายังไม่ทันเสร็จเรียบร้อยก็เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2411 เสียก่อน ครั้นเมื่อหล่อพระบรมรูปเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้นำไปประดิษฐาน ณ พระบรมมหาราชวังตลอดรัชสมัย ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศร์ ซึ่งทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้ทูลของพระบรมราชานุญาตอัญเชิญพระบรมรูปนี้ไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาทที่พระนครคีรี ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
![]() |
ทางขึ้นพระนครคีรี |
พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระนครคีรีสืบมาจนทุกวันนี้
พระที่นั่งปราโมทย์มไสวรรย์
เป็นพระที่นั่งเก๋งสองชั้น เป็นที่ประทับส่วนพระองค์และพระบรมราชินีอยู่ทางด้านหลังติดต่อกับพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์นั่นเอง เดี๋ยวนี้พระที่นั่งปราโมทย์มไสวรรย์ชำรุดทรุดโทรม เพราะขาดการบำรุงรักษามากทีเดียว แต่พระแทนที่บรรทมและข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ ยังมีเหลืออยู่บ้าง น่าเสียดายที่ถูกปล่อยปละละเลยกันมาก
พระที่นั่งราชธรรมสภา
เป็นที่พระที่นั่งชั้นเดียวยาวตลอด เป็นที่สำหรับประกอบพระราชพิธีต่าง ๆ ทางศาสนา เมื่อเวลาเสด็จฯ มาประทับอยู่ ณ พระนครคีรี มีห้องพระพุทธรูปเป็นที่สนทนาธรรมด้วย
พระตำหนักสันถาคารสถาน
เป็นพระตำหนักที่ใช้รับรองแขกเมือง มีห้องพักอยู่ทั้งสองด้านของพระตำหนัก ส่วนตรงกลางทำเป็นห้องโถงกว้าง เป็นที่ประทับเวลาทอดพระเนตรการแสดงละคร ซึ่งโรงโขนละครอยู่ทางด้านตะวันออกของพระตำหนักนี้
หอพิมานเพชรมเหศวร
เป็นเสมือนหนึ่งศาลพระภูมิ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพระนครคีรี
หอชัชวาลเวียงชัย
สร้างอยู่สูงเด่นบนยอดสูงสุดของเขาสมณะ นี้คือหอดูดาวนั่นเอง เพราะทำเป็นโดม มีกระจกโดยรอบ เป็นที่เสด็จทอดพระเนตรดวงดาวต่าง ๆ ในยามค่ำคืน เพราะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักดาราศาสตร์ที่เชี่ยวชาญมาก ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาที่หว้ากอ เมืองประจวบคีรีขันธ์ได้อย่างแม่นยำ เป็นที่ยกย่องสรรเสริญของนักดาราศาสตร์ทั่วโลกแล้วเพราะการเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่หว้ากอนี่เอง ทำให้พระองค์ทรงไปติดเชื้อไข้ป่าหรือมาเลเรีย จนกระทั่งประชวรเสด็จสวรรคตเมื่อกลับกรุงเทพฯ แล้วในปี พ.ศ. 2411
หอชัชวาลเวียงชัย หรือ หอดูดาว แห่งนี้ในสมัยก่อนยามค่ำคืนจะจุดตะเกียงโคมนำไปแขวนไว้ในยอดโดม ซึ่งเป็นกระจกใส สามารถมองเห็นได้จากชายทะเล ซึ่งห่างจากพระราชวังบนยอดเขานี้ประมาณ 8 กิโลเมตร แม้ชาวประมงบ้างแหลม หรือ หาดเจ้าสำราญ ก็มองเห็นเป็นที่หมายในการนำเรือเข้าฝั่ง
![]() |
รถรางไฟฟ้าขึ้นพระนครคีรี |
นอกจากการสร้างพระราชวังบนยอดเขาสมณะแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังโปรดฯ ให้บูรณะ พระธาตุจอมเพชร และ วัดพระแก้ว ซึ่งอยู่บนเขาสมณะด้วยแต่คนละยอด ซึ่งล่วงมาถึงปัจจุบันนี้ทั้งพระธาตุจอมเพชรและวัดพระแก้วก็ชำรุดทรุดโทรมมากเช่นกัน
ในบริเวณโดยรอบพระนครคีรีบนยอดเขาสมณะ ยังมีสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ อีกมากอันเป็นส่วนประกอบของพระราชวังตามแบบโบราณราชประเพณี อาทิ ศาลาลูกขุน ศาลาเย็นใจ ทิมดา โรงครัว ศาลาด่าน โรงทหารมหาดเล็ก โรงม้า โรงรถ ศาลาทัศนานักขัตฤกษ์ ซึ่งอยู่ตรงเชิงเขา สำหรับประทับทอดพระเนตรขบวนพิธีต่าง ๆ เช่น ยามเทศกาลสงกรานต์ของชาวเมืองเพชร เป็นต้น
พระนครคีรี หรือ เขาวังเมืองเพชร แห่งนี้ กรมศิลปากรซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ ได้มีการซ๋อมแซมครั้งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2497 ด้วยงบประมาณจำนวน 4 ล้านบาท ซึ่งก็ไม่สามารถซ่อมได้หมดทั้งพระราชวัง คงซ๋อมเฉพาะพระที่นั่งองค์สำคัญ ๆ เท่านั้น ซึ่งล่วงมาถึงบัดนี้เป็นเวลานานถึง 57 ปีแล้ว พระที่นั่งต่าง ๆ ก็ชำรุดทรุดโทรมงอย่างน่าห่วงใยยิ่ง สมควรที่จะมีการบูรณะครั้งใหญ่ได้แล้ว แม้ว่าจะต้องใช้งบประมาณเป็นสิบ ๆ ล้านบาทก็ควรกระทำ เพื่อรักษาพระนครคีรี พระราชวังบนยอดเขาแห่งนี้ให้คงอยู่คู่เมืองเพชรบุรีต่อไป